แอร์เอเชียยกระดับมาตรฐาน ESG สู่สากล ติดอันดับ 1 ใน 5 สายการบินที่มีผลงานด้านความยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับโลก
เซปัง, 5 มีนาคม 2569 - แอร์เอเชียตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน โดยติดอันดับ 1 ใน 5 สายการบินชั้นนำจากการจัดอันดับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนล่าสุดโดย FTSE Russell ESG สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์กลุ่มบริษัทในการบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใส และประสิทธิภาพการดำเนินงานธุรกิจหลัก
ในการประเมิน FTSE Russell ESG ล่าสุด กลุ่มบริษัทแอร์เอเชียแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียและไทยของผลการดำเนินงานในปี 2567 โดยในปีที่ประเมิน ผลการดำเนินงานด้าน ESG ของสายการบินพิสัยใกล้ของแอร์เอเชียได้ถูกรวมอยู่ในการเปิดเผยข้อมูลของกลุ่มแคปปิตอล เอ (Capital A) และได้รับการประเมินโดยตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย (Bursa Malaysia) ในขณะที่แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X) และไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) ได้รับการประเมินแยกต่างหากโดยตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามลำดับ
ทั้งนี้กลุ่มแคปปิตอล เอ มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 4.0 จากคะแนนเต็ม 5.0 (เพิ่มขึ้นจาก 3.5 ในปีก่อนหน้า*) ขณะที่แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (รหัสเที่ยวบิน D7) ได้คะแนน 3.8 ด้านบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสายการบินไทยแอร์เอเชีย (รหัสเที่ยวบิน FD) ได้รับคะแนน 3.9 ในการประเมินปีที่สอง โดยการจัดอันดับดังกล่าวเป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทต่างๆ ในปี 2567
คะแนนนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงสถานะบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังยกระดับกลุ่มบริษัทแอร์เอเชียสู่การเป็นองค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นระดับโลก เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นภายใต้มาตรฐาน FTSE Russell ESG เดียวกัน
นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังได้ร่วมประเมินเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนองค์กรของ S&P Global (Corporate Sustainability Assessment - CSA) ซึ่งประเมินบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในผลการประเมินล่าสุดจากผลการดำเนินงานปี 2567 แอร์เอเชียทำคะแนนได้ 45% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกซึ่งอยู่ในระดับที่ 37%
ความสำเร็จที่ตอกย้ำผลการประเมินมาตรฐานเหล่านี้คือรางวัลระดับนานาชาติ 2 รางวัลที่ได้รับในปี 2568 ได้แก่ แพลตฟอร์มวิเคราะห์การบินอิสระจากออสเตรเลีย 42kft.com ที่มอบคะแนนเต็ม 10 ให้กับแอร์เอเชียในทุกเกณฑ์การประเมินทั้ง 9 หมวด ขณะเดียวกัน AirlineRatings.com ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านการจัดอันดับความปลอดภัยของสายการบินทั่วโลก ได้ยกย่องให้แอร์เอเชียเป็น 1 ใน 3 สายการบินราคาประหยัดชั้นนำ ในการประกาศรางวัลด้านความยั่งยืน (Sustainability Award) เป็นครั้งแรก รางวัลทั้งสองนี้ได้รับการประเมินอย่างอิสระโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและสะท้อนความสำคัญต่อความสำเร็จของกลุ่มบริษัทฯ อย่างมาก
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้สร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อรองรับการประเมินด้าน ESG ของเรา แต่ความพยายามด้านความยั่งยืนของเรานั้นก้าวข้ามไปไกลกว่าเกณฑ์การให้คะแนนใดๆ แต่ความพยายามด้านความยั่งยืนของแอร์เอเชียนั้นได้เกินกว่าหลักเกณฑ์การประเมินใดๆที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการทำงานหนักของทีมงานทุกคนในการปลูกฝังความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานประจำวัน เราได้เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสองเท่าและเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่ให้ประโยชน์ทั้งสองด้าน คือการลดต้นทุนเชื้อเพลิงควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน” คุณ ยัป มัน ชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความยั่งยืนของแอร์เอเชียกล่าว
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากรายละเอียดเชิงเทคนิคด้านความยั่งยืนทางการบินเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน เราจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแล พันธมิตรในอุตสาหกรรม และผู้โดยสาร เพื่อสื่อสารกลยุทธ์การลดคาร์บอนของเราให้เกิดความชัดเจนที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อทั้งธุรกิจและภูมิภาคของเรา” เธอกล่าวเสริม
โครงการริเริ่มที่นำมาซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้ รวมถึงบทบาทเชิงรุกของแอร์เอเชียในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการมีส่วนร่วมในหน่วยงานกำหนดนโยบาย เช่น คณะกรรมการด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้านการบิน (CAEP) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และการเป็นผู้นำคณะทำงาน CORSIA ของมาเลเซีย นอกจากนี้ ในปี 2568 แอร์เอเชียยังได้ลงทุนในการยกระดับความรู้และความโปร่งใสด้านคาร์บอนสำหรับผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE ซึ่งปัจจุบันผู้โดยสารสามารถดูข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อที่นั่งระหว่างการค้นหาเที่ยวบิน โดยอ้างอิงข้อมูลการปฏิบัติการจริง เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เดินทางสามารถตัดสินใจได้อย่างมีความรับผิดชอบและรักษ์โลกมากขึ้น
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม แอร์เอเชียยังเดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืนทางสังคมในฐานะผู้ร่วมลงนามในหลักการเสริมสร้างศักยภาพสตรี (Women’s Empowerment Principles - WEPs) ของ UN Women และ UN Global Compact นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังเป็นสมาชิกผู้บุกเบิกใน WEPs Corporate Action Lab เพื่อสนับสนุนโครงการริเริ่มที่เพิ่มการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของสตรีในมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเศรษฐกิจ MADANI (MADANI Economic Framework)
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:
คะแนนที่อ้างอิงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจการบินของแอร์เอเชียก่อนการปรับโครงสร้างองค์กรล่าสุด เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์แบบปีต่อปีได้อย่างสอดคล้องกัน
ก่อนหน้านี้ แอร์เอเชียเป็นธุรกิจการบินภายใต้บริษัท แคปปิตอล เอ เบอร์ฮัด (Capital A Berhad) ในช่วงต้นปี 2569 แคปปิตอล เอ เบอร์ฮัด ได้ดำเนินการขายธุรกิจการบินให้กับบริษัท แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮัด (AirAsia X Berhad) เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อแยกการดำเนินงานของสายการบินออกจากพอร์ตโฟลิโอธุรกิจดิจิทัลและการลงทุน
AirAsia X scores in this release referred to the pre-merger entity operating the airline group’s widebody operations in Malaysia.
คะแนนของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ อ้างอิงถึงองค์กรก่อนการควบรวมกิจการ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสายการบินที่ให้บริการในประเทศมาเลเซียด้วยอากาศยานแบบลำตัวกว้างของกลุ่มบริษัทฯ
CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) หรือ โครงการชดเชยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ เป็นมาตรการระดับโลกที่ขับเคลื่อนโดยกลไกตลาดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากเที่ยวบินระหว่างประเทศให้อยู่ในระดับ 85% ของปี 2562
เกี่ยวกับแอร์เอเชีย
แอร์เอเชียเป็นสายการบินราคาประหยัดชั้นนำที่ได้รับใบอนุญาตให้ปฏิบัติการบินใน 5 ประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2544 แอร์เอเชียยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และสโลแกนที่ว่า "ใครๆ ก็บินได้" (Now Everyone Can Fly) โดยสายการบินได้ทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้สำหรับผู้โดยสารกว่า 800 ล้านคน พร้อมเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนต่างๆ ในกว่า 150 จุดหมายปลายทางเข้าด้วยกัน ปัจจุบัน ในฐานะหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แอร์เอเชียกำลังขยายเครือข่ายเพื่อก้าวขึ้นเป็นสายการบินราคาประหยัดระดับโลกที่มีเครือข่ายบินครอบคลุมเป็นแห่งแรกของโลก โดยให้บริการด้วยเครื่องบินกว่า 250 ลำ และมียอดสั่งจองเครื่องบินล่วงหน้าจำนวนมากเพื่อรองรับการเติบโตในทศวรรษหน้า นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังเป็นผู้นำด้านการบินอย่างยั่งยืนผ่านโครงการริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ทั้งนี้ ในปี 2567 ที่ผ่านมา สายการบินสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้กว่า 129,000 ตัน จากเครือข่ายการบินระดับภูมิภาคที่ใช้ฝูงบินลำตัวแคบ (Narrowbody) ผ่านมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพกว่า 20 รายการ ซึ่งช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ถึง 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประหยัดต้นทุนคาร์บอนแฝง (Shadow carbon costs) ได้กว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ