กลุ่มแอร์เอเชีย เอ็กซ์ แต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่ พร้อมย้ำความแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนและสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน
เซปัง 6 เมษายน 2569 - กลุ่มบริษัทแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ประกาศต้อนรับ ตันศรี จามาลูดิน เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท (กรรมการอิสระ) อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยกลยุทธ์การดำเนินงาน รับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยพร้อมทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างอิสระและวางวิสัยทัศน์ระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นตัวและเติบโตอย่างมั่นคง
แม้สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจจะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่กลุ่มบริษัทฯ ยังเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น เครือข่ายการบินที่ครอบคลุมทั่วอาเซียน รวมถึงการเติบโตในระยะยาวของภูมิภาค บริษัทยังเห็นแนวโน้มความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง และมุ่งมั่นยกระดับกรุงกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นศูนย์กลางการบินหลัก เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ ด้วยราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้
ทั้งนี้แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศบาห์เรนให้เป็นฮับเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อเชื่อมต่อผู้โดยสารระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยมีกำหนดเริ่มให้บริการตามแผนในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ด้วยความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในภูมิภาคจะกลับสู่สภาวะปกติในเวลานั้น ในขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ ได้ปรับแผนบริหารจัดการเที่ยวบินเชิงรุก โดยย้ายไปยังเส้นทางบินที่มีปริมาณการเดินทางและสร้างผลดำเนินงานที่ดีกว่า เช่น อัลมาตี (คาซัคสถาน) ทาชเคนต์ (อุซเบกิสถาน) และอิสตันบูล (ตุรกี) รองรับความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนไป พร้อมทั้งสำรวจโอกาสในการพัฒนาฮับการบินภายในประเทศที่สำคัญของเราที่สนามบินเซไน เมืองยะโฮร์บาห์รู
ตันศรี จามาลูดิน อิบราฮิม ประธานกรรมการบริษัท แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า "ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับแอร์เอเชีย เอ็กซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการรวมสายการบินระยะสั้นและระยะกลาง เข้าเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ว่าเรากำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนของโลก แต่เราก็ก้าวเข้าสู่สถานการณ์นี้ด้วยความแข็งแกร่ง ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มบริษัทฯ นั้นมั่นคงมาก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างต้นทุนที่รัดกุมและมีระเบียบวินัย เครือข่ายการบินที่ยืดหยุ่นโดยเน้นที่ภูมิภาคอาเซียน และบริการต่อเที่ยวบิน (Fly-Thru) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้เราสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว"
"ผมพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะกรรมการบริหาร คุณโบ และทีมผู้บริหารของ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เพื่อรักษาความคล่องตัวในการดำเนินงานและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในขณะที่เราเดินหน้าต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแกร่งที่ได้วางเอาไว้ ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับสายการบินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการบิน และนี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม และก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปสู่จุดยืนที่ดียิ่งขึ้น เพื่อการเติบโตในระยะยาว เรายังคงเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายคำสั่งซื้อเครื่องบินและการเช่าเครื่องบินเพิ่มเติม ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการในจุดหมายปลายทางที่มากยิ่งขึ้น"
นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ที่ปรึกษาแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวเสริมว่า “ความเป็นผู้นำที่โดดเด่นและความเชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลกิจการของตันศรี จามาลูดิน จะเป็นพลังสำคัญในขณะที่กลุ่มสายการบินของเรารวมกันเป็นหนึ่งเดียวและเริ่มเข้าสู่ความท้าทายใหม่ๆ โดยจะช่วยยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลที่เป็นอิสระตามที่คณะกรรมการยึดถือ ซึ่งจะเติมเต็มศักยภาพของทีมบริหาร ผมเชื่อว่าภายใต้การนำของตันศรี จามาลูดิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ จะสร้างผลประกอบการที่ดี พร้อมมอบความคุ้มค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร พันธมิตร และนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง”
ในขณะเดียวกัน ความแข็งแกร่งของ Capital A ยังคงช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจการบินอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ โดยที่ AirAsia MOVE ได้เร่งยกระดับความพยายามด้านการขายและการเชื่อมต่อให้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ ADE ยังคงเดินหน้าปรับปรุงและลดฐานต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วน AirAsia NEXT ได้ใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและฐานข้อมูลที่กว้างขวางเพื่อเพิ่มยอดขายของธุรกิจการบินให้ได้มากที่สุด"
นายโบ ลิงกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า “แม้เราจะดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ตลาดที่ความท้าทายมากขึ้น แต่ความต้องการเดินทางในจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วอาเซียนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเครือข่ายการบินและความนิยมในการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญและเป็นเมกะฮับของสายการบินราคาประหยัดระดับโลก ที่เชื่อมต่อผู้โดยสารได้อย่างสะดวกไร้รอยต่อในราคาที่เข้าถึงได้”
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2568 เราจึงจำเป็นต้องปรับราคาค่าโดยสารให้เหมาะสม รวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง ทั่วทั้งเครือข่ายการให้บริการ นอกจากนี้ เรายังได้ปรับแผนการบินโดยจัดสรรฝูงบินไปยังเส้นทางที่มีศักยภาพสูง พร้อมใช้ประโยชน์จากบริการ Fly-Thru ผ่านกัวลาลัมเปอร์และกรุงเทพฯ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ”
“เรากำลังเจรจากับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสียเพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานในทุกส่วน เมื่อเราฟื้นตัวกลับมาใช้ฝูงบินได้เต็มศักยภาพ ต้นทุนต่อหน่วยจะปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งสกุลเงินในอาเซียนที่เเข็งค่า ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้อีกทางหนึ่ง เรายังเชื่อมั่นต่อเชิงบวกกับการเติบโตในปีข้างหน้า พร้อมมุ่งมั่นที่จะทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ต่อไป”